มองเกมส์สำคัญเพื่อแชมเปี้ยนส์ลีก อาร์เซน่อล พบ เลสเตอร์

   ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคืนนี้ มีเกมส์สำคัญที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยอาร์เซน่อล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยทั้งสองทีมต้องการชัยชนะเพื่อที่จะลุ้นติด 4 อันดับแรกเพื่อไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า  รายละเอียดก่อนเกมส์ ความพร้อมของแต่ละสองทีมจะเป็นอย่างไรบ้างไปติดตามกันเลย

เริ่มที่เจ้าบ้านอาร์เซน่อล ของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ผลงานกำลังดีวันดีขึ้น โดยชนะมาสามนัดติด ส่วนความพร้อมล่าสุดของทีมจะยังไม่สามารถใช้งาน กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, คาลั่ม แชมเบอร์ส, ปาโบล มารี และ ผู้รักษาประตู แบรนด์ เลโน่ ที่ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่ โดยคาดว่า อาร์เตต้า จะหมุนเวียนนักเตะอีกรอบ ด้วยการส่ง โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, เอคตอร์ เบเยริน, อเล็กซ็องเดร ลากาแซตต์ และ รีสส์ เนลสัน กลับมาเป็นตัวจริง โดยมี ปิแอร์ ออบาเมย็อง เป็นทีเด็ดในการทำประตู

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อาร์เซน่อล (3-4-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – สโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส – เอคตอร์ เบเยริน, กรานิต ชาก้า, ดานี่ เซบาญอส, คีแรน เทียร์นี่ย์ – รีสส์ เนลสัน, อเล็กซ็องเดร ลากาแซตต์, ปิแอร์ ออบาเมยาง

ด้านทีมเยือน เลสเตอร์ ของกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทำผลงานในนัดล่าสุดได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้ถึง 3-0  สำหรับความพร้อมของทีมล่าสุด  จะไม่สามารถใช้งานผู้เล่นอย่าง ริคาร์โด้ เปไรร่า กับ ดาเนี่ยล อมาร์เตย์ ที่เจ็บอยู่เดิม รวมถึง เจมส์ แมดดิสัน ก็ยังไม่น่าพร้อม ทำให้น่าจะยึดผู้เล่นชุดล่าสุดลงสนาม

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เลสเตอร์ (3-4-1-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, ชากลาร์ โซยุนชู – เดนนิส ปราเอ้ต์, ยูรี่ ตีเลอม็องส์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, เบ็น ชิลเวลล์ – อโยเซ่ เปเรซ – เจมี่ วาร์ดี้, เคเลชี่ อิเฮียนาโช่

วิเคราะห์ผลการแข่งขัน โดยเว็บไซต์ สูตรบาคาร่าฟรี2020

น่าจะเป็นเกมส์ที่สนุกแน่นอน เพราะทั้งสองทีมต้องการชัยชนะเชื่อว่าน่าจะทำให้มีการทำประตูกันเยอะแน่นอน แต่ในที่สุดเชื่อว่าน่าจะเสมอกันไป

สื่อตีข่าว อาร์เซน่อล ขยายสัญญา ลุยซ์

  

   การ์เดี้ยน และ เดลี่เมล สองสื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ ออกมาเปิดเผยว่า อาร์เซนอล ได้ทำการขยายสัญญาดาวิด ลุยซ์ กองหลังประสบการณ์สูงชาวบราซิลเลี่ยน ต่อไปอีก 1 ปี จนจบฤดูกาลหน้า โดย ลุยซ์ย้ายจากเชลซีไปร่วมทีมอาร์เซน่อล ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญา 1 ปี บวกอ็อพชั่นอีก 1 ปี โดยผลงานในช่วงหลังถือว่าทำผลงานได้ไม่ดีนัก และถูกวิจารณ์อย่างมากในเกมส์ที่อาร์เซน่อลบุกไปแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 ช่วงที่ผ่านมายังไม่มีการรยืนยันออกมาแต่อย่างใด เกี่ยวกับอนาคตของเขาว่าสโมสรจะใช้อ็อพชั่นดังกล่าวหรือไม่ ขณะที่ลุยซ์เองก็มีความคิดที่จะไปเล่นกับทีมเก่าอย่าง เบนฟิก้า ทีมดังของลีกโปรตุเกส อย่างไรก็ตามล่าสุด  รายงานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะใช้อ็อพชั่นขยายสัญญากันถึงปี 2021 กองหลังชาวบราซิลวัย 33 ปี เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดของอาร์เซนอล ฤดูกาลนี้เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไป 26 นัด พร้อมกันนี้สื่อดังยังระบุอีกด้วยด้วยว่าอาร์เซนอลเตรียมจะประกาศว่าแข้งตัวยืมอย่าง ดานี่ เซบาญอส, เซดริก โซอาเรส และ ปาโบล มารี จะอยู่ช่วยทีมไปจนจบฤดูกาลนี้ หลังจากที่สัญญาเดิมจะหมดอายุในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

ข้อมูลโดย เว็บไซต์ baccarat369.com

สื่อเผย โอบาเมยอง อาจมีค่าตัวแค่ 30 ล้านปอนด์

   

    รายงานข่าวจาก เดอะ ซัน  สื่อชื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า อาร์เซน่อล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อาจจะต้องยอมลดราคานักเตะอย่าง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าตัวเก่งเหลือเพียง 30 ล้านปอนด์ เพราะไม่อยากเสี่ยงเสียนักเตะไปแบบไม่ได้อะไรเมื่อหมดสัญญา โดย โอบาเมยอง  เหลือสัญญาเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น

โอบาเมยอง ย้ายจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีมอาร์เซน่อลในดือนมกราคมปี 2018 ด้วยราคาถึง 56 ล้านปอนด์ สัญญาของเขาจะหมดลงในเดือนมิถุนายน 2021 และดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่มีความตั้งใจต่อสัญญาใหม่ เนื่องจากทีมยังไม่สามารถเข้าไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ ทำให้อาร์เซน่อลเชื่อว่าการขายเขาออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้จะดีกว่าเสียเขาไปแบบฟรีๆในช่วงซัมเมอร์

สำหรับในตอนนี้มีหลายสโมสรที่ให้ความสนใจในตัวเขาทั้งอินเตอร์ มิลาน, บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, เชลซี และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สำหรับผลงานในฤดูกาลนี้ดาวเตะวัย 30 ปีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับอาร์เซน่อลหลังกดไป 20 ประตูจากการลงสนาม 32 นัดในฤดูกาลนี้

แปลและเรียบเรียงโดย XoSlot

เช็ความพร้อมก่อนเกมส์อาร์เซน่อล บุก เบิร์นลี่ย์

  วันนี้เราจะมาเช็คความพร้อมก่อนลงสนามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยเป็นเกมส์ที่อาร์เซน่อลจะต้องออกไปเยือนทีมอย่างเบิร์นลี่ย์ ทีมอันดับที่ 13 ของตาราง สำหรับเกมส์นัดล่าสุดของอาร์เซน่อลลงเล่นในฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบที่ 4 โดยบุกไปเอาชนะทีมอย่างบอร์นสมัธได้ 2-1 ผลงานของกุนซืออย่างอาร์เตต้า ถือว่าดีขึ้นเรื่อยๆ และดูมีรูปแบบการเล่นที่เป็นระบบ ทำให้ตอนนี้แฟนบอลอาร์เซน่อลค่อนข้างที่จะมีความสุขแต่แน่นอนว่าด้วยอันดับในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ยังอยู่กลางตาราง และฟุตบอลยูโรป้าลีกยังมีเส้นทางอีกยาวไกล ทำให้แฟนๆก็ยังไม่ไว้วางใจว่าทีมจะสามารถไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า สำหรับโปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดต่อไป จะเป็นเกมส์ที่จะต้องออกไปเยือนทีมอย่างเบิร์นลี่ย์ ทีมที่ทำผลงานในบ้านได้เป็นอย่างดี

ความพร้อมก่อนลงสนามทางด้านอาร์เซน่อลของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า จะกลับมาใช้งานกองหน้าตัวเก่งอย่าง ปิแลร์ โอมาบริค โอบามิยอง ที่พ้นโทษแบนสามเกมส์ลงสนามได้ ทำให้มีตัวเลือกในการจัดทีมมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถใช้งาน ดาวิด ลุยซ์ กองหลังตัวหลักที่ยังติดโทษแบนอยู่ ส่วนผู้เล่นบาดเจ็บก็ยังมีเยอะอยู่เช่นเดิมไม่ว่าจะเป็น คาลัม แชมเบอร์ส โคลาซินัส ไรอัน นีลสัน และ คีแรน เทียร์นี่ย์ โดยคาดว่ามิเกล อาร์เตเต้า น่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมเป็นแกนหลัก โดยแนวรุกน่าจะใช้ เมซุต โอซิล ลากาแซต์ นิโกลัส เปเป้ และ โอบามิยอง เป็นตัวจริง

 

 

ช่วงลำบากของ ‘เปเป้’

    เป็นดีลที่สร้างความฮือฮา และถือว่าเซอร์ไพรส์พอสมควรเลยทีเดียวในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าร้อนเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว เมื่อนิโคลัส เปเป้ ปีกความเร็วสูงที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเมื่อฤดูกาลที่แล้วเลือกที่จะย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อล ทีมดังของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และด้วยค่าตัวสูงถึง 80 ล้านยูโรเลยทีเดียว หรือราว 72 ล้านปอนด์ ซึ่งทำลายสถิติอย่างราบคาบในการซื้อปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง กองหน้าตัวเก่งมาจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ เมื่อมกราคมปี 2018 ซึ่งตอนนั้นอาร์เซน่ลอจ่ายไปเพียงแค่ 55 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งถึงแม้ว่าราคาจะพุ่งสูงขนาดนี้ แต่อาร์เซน่อลสามารถคว้าตัวมาอย่างน่าประหลาดใจด้วยวิธีการจ่ายแบบผ่อนส่ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นการบริหารการเงินที่ยอดเยี่ยม ทำให้พวกเขาได้นักเตะที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของลีก เอิงเมื่อฤดูกาลที่แล้วมาครอบครอง

ดาวเตะวัย 24 ปีเริ่มต้นฤดูกาลด้วยความยากลำบาก ถึงแม้ว่าตอนนั้นอูไน อเมรี่ จะส่งลงสนามเป็นประจำ โดย 2 นัดแรกของฤดูกาลส่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง และหลังจากนั้นก็กลายเป็นตัวจริงทันที แต่ว่าผลงานส่วนตัวของเขา รวมถึงผลงานของอาร์เซน่อลก็ค่อยๆ เริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จนในที่สุดสโมสรก็ปลดอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนออกจากตำแหน่งไป และหลังจากนั้นมาก็มีหลายนัดที่เขาถูกดร็อปเป็นตัวสำรองของรีสส์ เนลสัน ปีกดาวรุ่งของสโมสร ทั้งๆ ที่ดาวรุ่งรายนี้ก็ไม่ได้ทำผลงานได้ดีเลยก็ตาม โดยจนถึงตอนนี้ตั้งแต่เขาอยู่กับทีม “ปืนใหญ่” มาไม่กี่เดือน แต่กลับต้องผ่านการทำงานกับกุนซือมาแล้วถึง 3 คน ให้การที่เขาจะปรับตัวให้เขากับการเล่นในพรีเมียร์ลีก และการเล่นกับระบบของโค๊ชใหม่นั้นยิ่งยากเข้าไปอีก ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆ ของนิโคลัส เปเป้เลยทีเดียว โดยจนถึงตอนนี้เขาพึ่งช่วยทีมทำไปเพียง 5 ประตูเท่านั้น โดยเป็นในพรีเมียร์ลีก 3 ประตู และการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนทำประตูก็นับครั้งได้เลย ทำให้ถือว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นความล้มเหลวของเขากับค่าตัว 80 ล้านยูโร ทำให้แฟนบอลนั้นคาดหวังกับผลงานของเขามากกว่านี้อย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ยังเทียบกับดาเนี่ยล เจมส์ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ค่าตัวเพียง 15 ล้านปอนด์ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

คนแบก “ปืน”

     

   อาร์เซน่อล ทีมดังของกรุงลอนดอนของอังกฤษ ต้องประสบกับปัญหามากมาย ทั้งการเปลี่ยนกุนซือจากอูไน อเมรี่มาเป็นมิเกล อาร์เตต้า เนื่องจากอดีตกุนซือเซบีญ่า และปารีส แซงต์ แชร์กแมงพาทีมทำผลงานได้ย่ำแย่จนหล่นไปอยู่กลางตารางเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีกรณีกรานิต ชาก้า กองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ไปทำพฤติกรรมแย่ใส่แฟนบอลในนัดที่พวกเขาเสมอกับคริสตัล พาเลซ 2-2 ที่เอมิเรต สเตเดี้ยมอีก ทำให้เกิดเป็นปัญหาตามมาหลังจากนั้น จนทำให้ตอนนี้ชาก้าอยากจะย้ายออกจากทีมในช่วงตลาดซื้อขายรอบนี้เลยทีเดียว แต่ในระหว่างที่ทีม “ปืนใหญ่” กำลังทำผลงานได้ย่ำแย่ก็ยังมีคนหนึ่งที่ยังทุ่มเทให้กับสโมสรเต็มที่ และยังทำผลงานได้อย่างดีจนกลายเป็นคนแบกทีมอยู่ในเวลานี้ นั่นคือปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง กองหน้าทีมชาติกาบ็องที่ยังยิงประตูให้ทีมอย่างสม่ำเสมอ และได้กลายเป็นกัปตันทีมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในตอนนี้

นับตั้งแต่ที่กองหน้าวัย 30 ปีรายนี้ย้ายจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์มาสู่อาร์น่อล เขาก็ทำผลงานได้อย่างดีมาโดยตลอด ไม่เว้นแม้กระทั่งฤดูกาลนี้ที่ยังเป็นรองดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกอยู่ โดยเป็นรองแค่เพียงเจมี่ วาร์ดี้ของเลสเตอร์ ซิตี้เท่านั้น ซึ่งก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ใครก็มองว่าแนวรุกของอาร์เซน่อลน่าจะอันตรายมาก เพราะพวกเขาได้นิโคลัส เปเป้ ปีกจรวดทีมชาติไอวอรี่ โคสต์มาจากลีลล์ด้วยค่าตัวสุดแพง อีกทั้งยังมีอเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์อยู่ในทีมอีกด้วย ทำให้อาร์เซน่อลไม่น่าจะมีปัญหาในการทำประตูแต่อย่างใด แต่ไปๆ มาๆ มีเพียงโอบาเมยังเท่านั้นที่ยังพึ่งพาได้ ส่วนเปเป้นั้นยังต้องปรับตัวกับการเล่นในพรีเมียร์ลีก ทำให้ตอนนี้พวกเขายังมีประตูได้เสียติดลบอีกด้วย และทีมก็ต้องตกไปอยู่กลางตารางในตอนนี้ แถมนัดล่าสุดเขาถูกใบแดงไล่ออกจากสนามโดยตรงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ค้าแข้งมา ในการไปเสียบใส่มักซ์ เมเยอร์ กองกลางเยอรมันของคริสตัล พาเลซในนัดที่เสมอกันไป 1-1

ในเกมฟุตบอลนั้นนักเตะคนเดียวไม่สามารถจะทำให้ทีมดีขึ้นได้ ไม่เหมือนกับบาสเก็ตบอลที่นักบาสเก่งคนเดียวสามารถแบกทีมได้ ซึ่งมิเกล อาร์เตต้า คงจะต้องหาวิธีการมาช่วยให้งานของโอบาเมยังเบาลงในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

 

ถึงเวลาปล่อย “โอซิล”

    ในช่วงที่เมซุต โอซิล เพลย์เมคเกอร์คนสำคัญของทีม กับอเล็กซิส ซานเชซ ปีกตัวเก่งทีมชาติชิลีที่กำลังจะหมดสัญญาพร้อมกันในช่วงต้นปี 2018 และการเงินของอาร์เซน่อลนั้นไม่ดีพอที่จะสามารถให้ค่าเหนื่อยสุดแพงกับนักเตะ 2 คนพร้อมกันได้ ทำให้สุดท้ายพวกเขาเลือกที่จะต่อสัญญากับเมซุต โอซิลออกไปอีก 4 ปี และทุ่มค่าเหนื่อยให้ทะลุเพดานค่าจ้างที่พวกเขาเคยจ่ายด้วยซ้ำ และตัดสินใจปล่อยอเล็กซิส ซานเชซไปให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมลีกเพื่อแลกกับเฮนริค มคิทาร์ยาน ตัวรุกทีมชาติอาร์เมเนียเข้ามาแทน ซึ่งก็ถือว่าไม่ใช่ทางเลือกที่แย่นักในตอนนั้น แต่ก็เหมือนว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดเช่นกัน เพราะหลังจากที่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับอดีตดาวเตะแวร์เดอร์ เบรเมน และเรอัล มาดริดรายนี้ไป ฟอร์มการเล่นของโอซิลไม่เคยกลับไปดีเหมือนช่วงก่อนหน้าที่จะต่อสัญญาอีกเลย ทั้งในแง่ของภาพรวม และสถิติต่างๆ ที่ตกลงอย่างน่าใจหาย

อูไน อเมรี่ กุนซือที่เป็นนายใหญ่คนใหม่ในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยม เมื่อฤดูกาลที่แล้วต้องการให้เมซุต โอซิล เป็นศูนย์กลาง และคนสำคัญของทีมด้วยซ้ำ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่หลังจากจบศึกฟุตบอลโลก และปัญหาที่รุมเร้าจากทีมชาติเยอรมัน ทำให้โอซิลไม่สามารถกลับไปคืนฟอร์มได้เลย และฤดูกาลนี้ก็เช่นกันที่ยังไม่มีอะไรดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ แม้นายใหญ่ตอนนี้จะเปลี่ยนมาเป็นมิเกล อาร์เตต้าแล้วก็ตาม ซึ่งโอซิลก็ยังได้รับโอกาสให้ลงสนามเป็นตัวจริงอยู่ตลอด แต่ดาวเตะวัย 31 ปีก็เริ่มมีสภาพร่างกายที่โรยลาลงไป ซึ่งอาร์เซน่อลควรจะวางแผนการปล่อยตัวดาวเตะรายนี้ออกจากทีมในช่วงปิดฤดูกาลนี้ได้แล้ว อย่างน้อยก็สามารถลดเพดานค่าเหนื่อยลงได้อีกหลายแสนปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว ซึ่งเหมาะกับการที่มิเกล อาร์เตต้าที่กำลังจะสร้างทีมใหม่ในฤดูกาลหน้าอีกด้วย ซึ่งควรเริ่มทยอยโละนักเตะที่อายุมากออกจากทีมไปน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของทีมในเวลานี้

เมซุต โอซิล อาจจะยังมีอนาคตในการค้าแข้งอยู่ หากเลือกไปอยู่ในลีกที่ไม่ได้มีการปะทะ และเข้าบอลเร็วเหมือนอย่างในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งดูแล้วกัลโช่ เซเรีย อาน่าจะเป็นเวทีที่เหมาะสำหรับเขาหลังจากนี้

ปั้นไม่ขึ้น!

   ในยุคที่อาร์เซน่อลประสบความสำเร็จโดยการทำทีมของอาร์เซน เวนเกอร์ ยอดกุนซือชาวฝรั่งเศสที่ถนัดวิธีการปั้นนักเตะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เช่นกัน ซึ่งในช่วงนั้นอาร์เซน่อลถือว่าเป็นทีมหนึ่งที่ดันเด็กจากชุดเยาวชนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่โดยตลอด และสุดท้ายกลายเป็นยอดดาวเตะมากมาย ทั้งการไปฉกตัวดาวรุ่งมาปั้นต่อ หรือว่าจะเป็นการปั้นเองตั้งแต่แบเบาะก็มีทั้งนั้น ซึ่งเวนเกอร์ผสมผสาน และให้โอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่นแอชลี่ย์ โคล อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษเป็นต้น

แต่ในปัจจุบันนี้หานักเตะดาวรุ่งที่กลายเป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่แทบไม่เจอ และถึงเจอก็ไม่ใช่นักเตะที่มีประสิทธิภาพมากนัก โดยฤดูกาลนี้ก็มีการดันขึ้นมาแบบเต็มตัวหลายคน ทั้งรีสส์ เนลสัน ปีกดาวรุ่งที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วปล่อยไปให้กับฮอฟเฟ่นไฮม์ ทีมในเยอรมันยืมตัวไปใช้งาน ซึ่งทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว แต่พอกลับมาเล่นให้กับอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้นั้นกลับน่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นในยุคของอูไน อเมรี่ เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก หรือแม้แต่มิเกล อาร์เตต้าก็ตาม ทั้งการเลี้ยง การส่ง และการเปิดบอลดูจะยังต้องการประสบการณ์มากกว่านี้อีกพอสมควร เช่นเดียวกับโจ วิลล็อคที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนคนที่ขึ้นมาได้แล้วอย่างแอชลี่ย์ เมตแลนด์ ไนส์ ก็แค่พอไปรอดในตำแหน่งแบ็คขวาสำรอง ส่วนบูคาโย่ ซาก้า วิงแบ็ควัย 17 ปีก็ยังต้องการเวลาพิสูจน์อีกหน่อยหลังจากโดนดันขึ้นมาแบบฉุกเฉินเนื่องจากแบ็คซ้ายคนอื่นต่างบาดเจ็บกันหมด เท่านี้ก็พอบ่งบอกได้แล้วว่ามาตรฐานการปั้นนักเตะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของอาร์เซน่อลนั้นตกลงไปจากยุคก่อนมากทีเดียว หากเทียบกับดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตอนนี้ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนในความแตกต่างทั้งในเชิงคุณภาพ และปริมาณ

คนที่ทำได้ดีที่สุดในบรรดาดาวรุ่งของอาร์เซน่อลชุดนี้เห็นจะเป็นกาเบรี้ยล มาร์ติเนลลี่ กองหน้าบราซิเลี่ยนวัย 18 ปีที่ได้โอกาสลงสนามบ่อย และช่วยทีมในแนวรุกได้อย่างดีทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีของทีม “ปืนใหญ่” ที่ตัวนักเตะตัดสินใจเลือกย้ายมาร่วมทีม ทั้งๆ ที่มีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปให้ความสนใจที่จะคว้าตัวไปร่วมทีม

Back to Basic

     

   มิเกล อาร์เตต้า กุนซือป้ายแดงที่พึ่งได้โอกาสคุมทีมอาร์เซน่อลเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา กำลังเริ่มต้นการกอบกู้สโมสรเก่าของเขาในช่วงที่เป็นนักเตะให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในเร็วนี้ โดยเป็นงานที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่งกับกุนซือไฟแรงวัย 37 ปีที่พึ่งเป็นผู้ช่วยให้กับเป็ป กวาดิโอล่าในแมนเชสเตอร์ ซิตี้มาไม่กี่ปีเท่านั้น แต่ดูเหมือนเขาจะได้เรียนรู้อะไรมาหลายอย่างทีเดียว และกำลังจะเริ่มสร้างทีมอาร์เซน่อลบ้างแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแฟนบอลทุกคนทราบกันดีว่าอาร์เซน่อลไม่ค่อยมีงบประมาณมากนักในการเสริมทัพ ซึ่งในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ใช้วิธีการผ่อนจ่ายเอา ทำให้ได้นักเตะมาครบตามตำแหน่งที่ต้องการ แต่อันที่จริงแล้วพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วยซ้ำ หากว่าสแตน โครเอ็นเก้ เจ้าของสโมสรจะเอาใจใส่เหมือนอย่างที่เขาทำกับลอสแองเจลิส แรมส์ ทีมอเมริกันฟุตบอลชื่อดัง ป่านนี้อาร์เซน่อลน่าจะมีเงินจับจ่ายใช้สอยพอประมาณทีเดียว แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่มิเกล อาร์เตต้าควบคุมไม่ได้ ทำให้เขาต้องก้มหน้าทำทีมต่อไปในฤดูกาลนี้

สิ่งที่อาร์เตต้าเริ่มทำกับอาร์เซน่อลไปแล้วนั้นคือการกลับไปยังพื้นฐานของฟุตบอล นั่นก็คือการขันเกมรับให้แน่นไว้ก่อน และอาศัยจังหวะฉาบฉวยในการทำประตูแทน ซึ่งมันก็ตรงกับปัญหาที่อาร์เซน่อลมีพอดี โดยเฉพาะแผงหลังที่เสียประตูเป็นว่าเล่นก่อนหน้านี้ แต่พอกุนซือชาวสแปนิชเข้ามาคุมทีม อาร์เซน่อลก็ดูมีทรงการเล่นมากขึ้น และเริ่มเสียประตูน้อยลง และมีคลีนชีตติดมือบ้างแล้ว ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็ป กวาดิโอล่าใช้สร้างทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้เช่นกัน หากใครจำกันได้ในฤดูกาลที่ 2 หลังจากเป็ปย้ายมาพรีเมียร์ลีก เขาใช้เงินเสริมแนวรับไปกว่า 200 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งมันทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้ 2 สมัยติดต่อกัน ซึ่งอาร์เตต้าก็พยายามจะนำวิธีการนี้มาใช้กับอาร์เซน่อลบ้าง โดยไม่มีงบประมาณมาเกี่ยวข้อง ส่วนเกมรุกของพวกเขาก็ดูเหมือนจะเป็นสไตล์ที่ถนัดวิธีการฉาบฉวยอยู่แล้ว ทั้งปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ และนิโคลัส เปเป้ ทำให้วิธีการนี้ดูจะลงตัวกับอาร์เซน่อลที่สุดแล้วในตอนนี้ และพอจบฤดูกาลก็คงไปสร้างทีมที่มิเกล อาร์เตต้าต้องการกันใหม่

เจาะลึก 3 นัดต่อไปของอาร์เซน่อล

  

   หลังจากที่ทำได้แต่เสมอกับ คริสตัล พาเลซไป 1-1 ในเกมส์วันเสาร์ที่ผ่านมา อาร์เซน่อลของกุนซือ มิเกล อาร์เตเต้า จะมีโปรแกรมลงเล่นในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสามนัดต่อไปที่น่าสนใจ เพราะจะเป็นการบ่งบอกได้ว่าพวกเขายังจะมีโอกาสในการลุ้นพื้นที่อันดับที่ 4 เพื่อไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้าหรือไม่ สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปพวกเขาจะได้เล่นในบ้านรับการมาเยือนของ เชฟฟิล์ด ยูไนเต็ด เป็นเกมส์ที่พวกเขาต้องเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียวไม่มีตัวเลือกอื่น เพราะเชฟฟิล์ด ยูไนเต็ด อยู่ในอันดับที่ 6 ซึ่งอยู่สูงกว่า ดังนั้นการชนะในเกมส์นี้จะมีผลถึง 6 คะแนนเลยทีเดียว นัดต่อมาก็เป็นเกมส์ที่น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับการลุ้นพื้นที่ 4 อันดับแรก เพราะต้องไปเยือนเชลซี อาร์เซน่อลคงต้องเน้นไม่แพ้เอาไว้ก่อน เพราะถ้าแพ้ก็แทบจะหมดลุ้นไปโดยปริยายเลย และนัดสุดท้ายต้องไปเยือนเบิร์นลี่ย์ ซึ่งจะต้องบุกไปเอาชนะให้ได้เช่นกัน ดังนั้นสามนัดต่อไปของอาร์เซน่อลในพรีเมียร์ลีกถ้ามี 7 คะแนนขึ้นไปก็ถือว่าพวกเขาน่าจะมีลุ้นการแบ่งอันดับที่ 4 ต่อไป แต่ถ้าน้อยกว่านั้นบางที ต้องมองไปที่ฟุตบอลยูโรป้าลีกแล้ว